แผนงานป้องกันการสูญเสียชีวิตจากภัยน้ำป่าและดินโคลนถล่ม
ความเป็นมา หลักการและเหตุผล

ด้วยอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต บาดเจ็บ และสูญเสียทรัพย์สินอย่างรุนแรง กว้างขวาง และเป็นจำนวนมากได้ ภัยเหล่านี้สามารถบรรเทาลงได้ถ้ามีการเฝ้าระวังเตือนภัย การกระจายข่าว การเตือนภัยและมี ระบบการอพยพหลบภัย ที่มีประสิทธิภาพ
 
หลังจากเกิดเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิได้มีการตื่นตัวในการพัฒนาและดำเนินการทำระบบเตือนภัย การกระจายข่าว การอพยพหลบภัยไปบ้างแล้วพอประมาณ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงบางประการ อย่างไรก็ตามสำหรับภัยที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยกว่า ธรณีพิบัติภัยสึนามิมาก มีโอกาสเกิดทุกปีในช่วงฤดูฝน ระบบเตือนภัย ระบบการกระจายข่าวและระบบการอพยพหลบภัย สำหรับกรณีน้ำป่าไหลหลากและเกิดดินโคลนถล่มแทบยังไม่มีการดำเนินการเลย

ผลลัพธ์คือปีที่ผ่านมาได้มีโศกนาฎกรรมถึง 2 ครั้งใหญ่ ครั้งแรกที่ 3 จังหวัด ภาคเหนือ คือจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คน และอีกครั้งเกิดที่จังหวัดตากมีผู้เสียชีวิตเกือบ 50 คน

ดังนั้นมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ในพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร จึงเห็นสมควรจะมีการพัฒนาต้นแบบระบบเฝ้าระวังเตือนภัย ระบบการกระจายข่าวเตือนภัยและระบบการอพยพหลบภัย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทางการแผนงานประกอบด้วยโครงการ 3 โครงการ ดังนี้

• โครงการต้นแบบระบบเตือนภัยน้ำป่าและน้ำฝน
• โครงการระบบกระจายข่าวเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเฉียบพลันและสึนามิ
• โครงการต้นแบบการอพยพหลบภัยน้ำท่วมเฉียบพลันและสึนามิ

โครงการต้นแบบระบบเตือนภัยน้ำป่าและน้ำฝน ด้วยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มมักอยู่ในเทือกเขา จะเกิดจากฝนตกหนัก ภูมิอากาศมีความจำเพาะของแต่ละที่ที่ฝนจะตก ดังนั้นจำเป็นต้องมีสถานีตรวจอากาศที่เก็บข้อมูลเฉพาะที่ จึงจะมีความแม่นยำ ซึ่งเทือกเขาหนึ่งอาจจะต้องมีสถานีตรวจอากาศมากกว่า 1 จุด  ข้อมูลที่ได้จากสถานีตรวจอากาศจะเป็นข้อมูลที่ต่อเนื่องทุก 5 นาที ด้วยระบบการสื่อสารทางไกล จึงจะเพียงพอที่จะประมวลให้เกิดcomputerized decision making ได้ เข้ามาที่ส่วนกลางและเตือนภัยต่อไปยังพื้นที่นั้นๆ ความแม่นยำจะสร้างความมั่นใจและเชื่อถือ ทำให้มีส่วนช่วยให้เกิดการเฝ้าระวังอย่างจริงจัง ไม่มีการเฝ้าระวังอย่างพร่ำเพรื่อ ลดการสูญเสีย

สำหรับน้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากฝนที่ตกหนักเฉพาะต้นน้ำ โดยชุมชนมีฝนน้อยหรืออาจไม่มีฝนเลย ทำให้เกิดเหตุโดยไม่รู้ตัวไม่อาจเตือนให้เฝ้าระวังจากส่วนกลางได้ทันการณ์ จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังที่ต้นน้ำเอง ซึ่งต้นน้ำมักอยู่ในที่สูงไม่สมควรใช้คนเฝ้าระวัง  ต้องใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีการสื่อสารช่วยทั้งทางไกลและแบบไร้สายเฉพาะที่ เพื่อช่วยบอกอัตราความเร็วของน้ำไหลบนต้นน้ำ
 
มูลนิธิฯได้ออกแบบไว้แล้ว(คลิ๊กเพื่อดูภาพประกอบ) นอกจากนี้มูลนิธิฯเห็นว่าน่าจะนำแนวคิดการเฝ้าระวังฝนในเขตเศรษฐกิจของกรุงเทพฯที่มีน้ำท่วมง่ายเพื่อให้ฝ่ายระบายน้ำได้ระดมสรรพกำลังระบายน้ำให้ทันการณ์
วิธีดำเนินการ

• ประกอบเครื่องตรวจอากาศอัตโนมัติในจุดเสี่ยงที่เคยมีโศกนาฎกรรมในกรม 10 เครื่อง พร้อมส่งสัญญาณด้วยสัญญาณมือถือ
• ติดตั้งระบบวัดความเร็วของการไหลของน้ำและส่งสัญญาณมือถือ 10 ต้นน้ำ ฝึกผู้เฝ้าระวังและติดระบบติดต่อส่วนกลาง ด้วยโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง
• ประสานงานกับศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. อุตุนิยมวิทยา สภากาชาดไทย  กรุงเทพมหานคร และอาสาสมัคร VR    ฯลฯผลที่คาดว่าจะได้รับ
• เกิดต้นแบบที่การนำไปขยายผลต่อไป
• นำข้อมูลมาใช้ในการพยากรณ์ฝน ทางการเกษตร
• นำข้อมูลที่ได้ใช้ในการพยากรณ์ฝนในการเตรียมตัวของผู้สัญจรไปมา ไปทำงานหรือไปทำธุระหรือท่องเที่ยว
• จะได้ประชาสัมพันธ์มูลนิธิฯและผู้เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ